💬

บริษัท กรีนเนอร์รี่ ดีไซน์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด

ติดต่อเรา

+66 96-551 9996

อีเมล

[email protected]
ราคาน้ำมันกระทบค่าก่อสร้างบ้านอย่างไร? วิธีปรับ BOQ เฉพาะหมวด

ราคาน้ำมันกระทบค่าก่อสร้างบ้านอย่างไร? วิธีปรับ BOQ เฉพาะหมวด

23 กันยายน 2569

ราคาน้ำมันที่เปลี่ยนแปลงอาจกระทบต้นทุนก่อสร้าง แต่ไม่ได้หมายความว่าควรปรับ “ราคาสร้างบ้านต่อตารางเมตร” ทั้งก้อนในอัตราเดียวกัน วิธีที่ตรวจสอบได้คือไล่ผลกระทบผ่าน BOQ ใบเสนอราคาผู้ขาย และ Cost Code ของโครงการ

ณ วันที่ 23 กันยายน 2569 รัฐบาลไทยอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันแบบมีเป้าหมายสำหรับ E20 และ B20 โดย Reuters รายงานเรื่องนี้เมื่อวันที่ 21 กันยายน แต่ยังไม่มีประกาศอัตราลดภาษีและวันที่มีผลอย่างเป็นทางการ เหตุการณ์นี้จึงเป็นสัญญาณให้ติดตาม ไม่ใช่ต้นทุนที่ลดลงแล้วและนำไปหักจากทุกใบเสนอราคาได้ทันที

1. ราคาน้ำมันกระทบต้นทุนก่อสร้างส่วนใด

ต้นทุนตรง อาจได้แก่ ค่าขนส่งวัสดุ งานดิน เครื่องปั่นไฟ รถเครน และเครื่องจักรที่คิดราคาตามเชื้อเพลิงหรือชั่วโมงทำงาน ส่วน ต้นทุนทางอ้อม อาจอยู่ในต้นทุนผลิตและกระจายสินค้าของคอนกรีต ยางมะตอย หิน–ทราย และวัสดุที่ใช้พลังงานสูง

ผลกระทบไม่เท่ากันทุกหมวด ข้อมูล สนค. เดือนสิงหาคม 2569 แสดงภาพชัด: ดัชนีรวมอยู่ที่ 113.1 เพิ่มขึ้น 6.1% จากปีก่อน แต่ผลิตภัณฑ์คอนกรีตเพิ่ม 9.6% อุปกรณ์ไฟฟ้าและประปาเพิ่ม 12.7% ขณะที่ซีเมนต์และเหล็กปรับลดลง เพราะแต่ละหมวดขับเคลื่อนด้วยปัจจัยต่างกัน ทั้งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ทองแดง การแข่งขัน และอุปทานโลก

2. แยกต้นทุนตรงกับต้นทุนทางอ้อม

กลุ่มต้นทุน หลักฐานที่ควรใช้ วิธีอัปเดต
ค่าขนส่งวัสดุ ใบเสนอราคาขนส่ง ระยะทาง ขนาดเที่ยว และ Fuel Surcharge อัปเดต Cost Code ค่าขนส่ง
เครื่องจักรหน้างาน ค่าเช่า อัตราสิ้นเปลือง และชั่วโมงทำงาน อัปเดต Cost Code เครื่องจักร
คอนกรีตผสมเสร็จและวัสดุธรรมชาติ ราคาผู้ขายและโซนจัดส่ง อัปเดตเฉพาะวัสดุและค่าขนส่งที่เกี่ยวข้อง
วัสดุใช้พลังงานสูง Price List พร้อมวันที่มีผล อัปเดตเฉพาะรุ่นและ Spec ที่ยืนยันแล้ว

3. ระบุ Cost Code ที่ได้รับผลกระทบ

กำหนดป้ายกำกับให้แต่ละรายการใน BOQ ว่าเกี่ยวข้องกับค่าขนส่ง เครื่องจักรดีเซล พลังงานการผลิต วัตถุดิบโภคภัณฑ์ หรือแทบไม่รับผล เพื่อป้องกันไม่ให้ข่าวนโยบายกลายเป็นการบวกหรือลดราคาแบบเหมารวม

4. อัปเดต Price Book พร้อมวันที่และหลักฐาน

  • บันทึกผู้ขาย รุ่น/Spec พื้นที่จัดส่ง และเงื่อนไขราคา
  • เก็บราคา วันที่เริ่มใช้ และวันหมดอายุของใบเสนอราคา
  • แยกราคาวัสดุออกจากค่าขนส่งและ Fuel Surcharge เมื่อทำได้
  • เก็บประวัติราคาเดิมไว้สำหรับตรวจสอบและเปรียบเทียบ

5. คำนวณ BOQ ใหม่เฉพาะหมวด

นำปริมาณและราคาต่อหน่วยใหม่ไปคำนวณเฉพาะรายการที่เกี่ยวข้อง หากโครงการเริ่มจัดซื้อแล้ว ควรเทียบ Budget, Committed และ Actual Cost ดัชนีตลาดใช้ตรวจสอบความสมเหตุสมผลได้ แต่ไม่แทนปริมาณงานและใบเสนอราคาจริง

6. เทียบผลกับต้นทุนต่อตารางเมตรเดิม

หลังคำนวณ BOQ ใหม่ ให้หารผลต่างด้วยนิยามพื้นที่เดียวกับประมาณการเดิม เช่น พื้นที่ใช้สอยหรือพื้นที่ก่อสร้างรวม หากเปลี่ยนฐานพื้นที่ระหว่างการเปรียบเทียบ ตัวเลขต่อตารางเมตรจะทำให้เข้าใจผิดได้

7. ตั้งเกณฑ์อนุมัติก่อนเปลี่ยนราคาขาย

  • กำหนดผลต่างต้นทุนขั้นต่ำที่ต้องนำกลับมาทบทวน
  • ใช้ใบเสนอราคาปัจจุบันและ BOQ Variance ที่ตรวจสอบย้อนหลังได้
  • ตรวจเงื่อนไขสัญญา อายุใบเสนอราคา และ Spec ที่ตกลงกัน
  • บันทึกผู้อนุมัติและวันที่ราคาใหม่เริ่มใช้

ตัวอย่างอย่างง่าย

บ้านขนาด 300 ตร.ม. มีต้นทุนค่าขนส่งและเครื่องจักรที่ยืนยันแล้วเพิ่มรวม 90,000 บาท ผลที่วัดได้คือ 300 บาท/ตร.ม. ไม่ใช่อัตราเพิ่มของดัชนีทั้งประเทศ และไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ที่นำไปคูณทุกบรรทัดใน BOQ หากต้นทุนที่ยืนยันแล้วลดลงก็ใช้หลักเดียวกัน

หมายเหตุการวิเคราะห์: แนวทาง BOQ, Cost Code, Price Book และ Budget–Committed–Actual ในบทความนี้เป็นกรอบบริหารต้นทุนของ Greenery Design & Construction ไม่ใช่วิธีที่ Reuters สนค. หรือรัฐบาลไทยกำหนด ต้นทุนจริงแตกต่างตามแบบ Spec ทำเล ระยะทาง เงื่อนไขจัดซื้อ และช่วงเวลาดำเนินงาน

คำถามที่พบบ่อย

ราคาน้ำมันเปลี่ยน ต้องปรับทุกบรรทัดใน BOQ หรือไม่?

ไม่จำเป็น ควรอัปเดตเฉพาะ Cost Code ที่มีหลักฐานว่าค่าขนส่ง เครื่องจักร พลังงานการผลิต หรือราคาผู้ขายเปลี่ยนจริง

ใช้ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างแทนใบเสนอราคาผู้ขายได้หรือไม่?

ไม่ได้ ดัชนีเหมาะสำหรับเทียบแนวโน้มตลาด ส่วนราคาโครงการต้องอิงปริมาณ Spec เงื่อนไขจัดส่ง และใบเสนอราคาที่มีวันที่ชัดเจน

ควรคำนวณต้นทุนต่อตารางเมตรใหม่เมื่อใด?

หลังอัปเดต BOQ เฉพาะหมวดที่ได้รับผลแล้ว และต้องใช้นิยามพื้นที่เดียวกับประมาณการเดิม

แหล่งข้อมูล

โทร